วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

งัดแผนกระตุ้นลงทุน

จัดทำโดย นาย ปนัด ศรีระวัต เลขทะเบียน 4901202037
รัฐบาลผลักดันโครงการหุ้นส่วนกับเอกชน ดึงเม็ดเงินลงทุนโครงการสาธารณูปโภค
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” ว่า ในวันนี้จะมีการเสนอมาตรการกระตุ้นการลงทุนในรูปแบบให้เอกชนเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาล (พีพี) ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ สำหรับรูปแบบดังกล่าวจะเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐ โดยรัฐบาลจะลงทุนส่วนหนึ่ง ขณะที่เอกชนลงทุนอีกส่วนหนึ่ง คล้ายๆ กับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่รัฐบาลลงทุนระบบราง และเอกชนลงทุนระบบเดินรถ ซึ่งจะมีการขยายขอบเขตการลงทุนให้หลากหลายกว่าเดิม
เหตุผลที่ต้องผลักดันโครงการร่วมทุนนี้ เนื่องจากทิศทางการใช้งบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปลงทุนในโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อาทิ แหล่งน้ำ ถนน จึงทำให้เงินงบประมาณในส่วนของงบลงทุนลดต่ำลง การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จำเป็นต้องดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นโยบายนี้ไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และจะแตกต่างจากการให้สัมปทาน เพราะจะไม่ก่อให้เกิดการผูกขาด โดยจะใช้กฎหมายพ.ร.บ. ร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนเป็นพื้นฐานสำคัญ
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 วงเงินสูงกว่า 1 แสนล้านบาท ต้องใช้ เวลาในการดำเนินการถึง 1-2 ปี โดยจะเน้นที่การแก้ไขปัญหาการว่างงาน
ทั้งนี้ ที่มาของเงินจะมาจาก 3 แหล่ง ได้แก่ เงินงบประมาณปี 2553 เงินกู้จากต่างประเทศ และเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ
“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 คาดว่าเม็ดเงินจะใหญ่กว่ารอบแรก ซึ่งจะมี 3 แพ็กเกจใหญ่เป็นทั้งมาตรการระยะสั้น กลาง ยาว และภายใน 45 วันหลังจากนี้ รัฐบาลจะต้องไปคิดมาตรการทั้งหมด และให้สภาอนุมัติเหมือนการทำงบกลางปี เป็นการเตรียมการล่วงหน้าถึง 3 เดือน พอเข้าปีงบ 2553 ในเดือนต.ค. 2552 ก็สามารถเบิกจ่ายได้ทันที” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว
ด้านวัตถุประสงค์ของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 จะเน้นการใช้จ่ายงบเพื่อให้เกิดการจ้างงาน ต้องเป็นโครงการขนาดเล็กที่เดินหน้าได้ทันที รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น การยกระดับอุทยานแห่งชาติเทียบชั้นมาตรฐานสูงสุด การปรับปรุงห้องน้ำให้สะอาด


คำถาม
1.มาตรการกระตุ้นการลงทุนในรูปแบบให้เอกชนเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาล จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง ?
2.เพราะเหตุใดจึงต้องผลักดันโครงการนี้ ?
3.ที่มาของแหล่งเงินที่จะจัดหามาเพื่อโครงการนี้ มาจากแหล่งการเงินใดบ้าง ?

3 ความคิดเห็น:

251utccba205g8 กล่าวว่า...

1.จะเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการต่างๆของรัฐ ได้โดยรัฐจะลงทุนส่วนหนึ่งและเอกชนก็จะลงทุนอีกส่วนหนึ่ง
2.เนื่องจากทิศทางการใช้งบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปลงทุนในโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อาทิ แหล่งน้ำ ถนน จึงทำให้เงินงบประมาณในส่วนของงบลงทุนลดต่ำลง การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จำเป็นต้องดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
3.เงินงบประมาณปี 2553 เงินกู้จากต่างประเทศ และเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ


นาย นัทกร จันทร์เพ็ชร เลขทะเบียน 4901202097

251utccba205g8 กล่าวว่า...

1. เปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนส่วนนึง และรัฐลงทุนส่วนนึง
2.เพื่อรัฐจะได้นำงบลงทุนส่วนที่เหลือไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ
3.เงินงบประมาณปี 2553 เงินกู้จากต่างประเทศ และเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ



นางสาวอโนมา อาแซ เลขทะเบียน 4901202093

สมาชิกในกลุ่ม กล่าวว่า...

1. เปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนส่วนนึง และรัฐลงทุนส่วนนึง
2.เพื่อรัฐจะได้นำงบลงทุนส่วนที่เหลือไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ
3.เงินงบประมาณปี 2553 เงินกู้จากต่างประเทศ และเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ

โดย น.ส.ธัญญพัทธ์ ถิรเศรษฐ์ศิริ 5001103097