วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ไออาร์พีซี ชูสโลแกน..ปีนี้ ต้องดีกว่าเก่า

จัดทำโดย นางสาวเอกวรรณ สังขวิเศษ เลขทะเบียน 4901202132

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไออาร์พีซี
ภาพประกอบข่าว

จุดต่ำสุดของราคาน้ำมันและราคาปิโตรเคมีผ่านไปแล้ว ราคาหุ้นน่าจะสดใสขึ้น แต่จะดีขึ้นขนาดไหน ประเด็นนี้ตอบยากจริงๆ
ไออาร์พีซีเป็นอีกบริษัทหนึ่งในธุรกิจโรงกลั่นที่ต้องตกอยู่ในสภาวะขาดทุนอย่างหนัก นับจากช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ปีที่แล้วราคาน้ำมันดิบดิ่งลงอย่างรวดเร็วกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาหุ้น IRPC บอบช้ำอย่างหนักไม่แพ้กัน ลงมาสัมผัสจุดต่ำสุด 1.76 บาท ท่ามกลางปัจจัยลบรอบด้าน
ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไออาร์พีซี "คนใหม่" ที่มาแทน ดร.ปิติ ยิ้มประเสริฐ เพิ่งเริ่มงานวันที่ 1 มกราคม 2552 กล่าวยืนยันว่า "ผมไม่เชื่อว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้นซ้ำสองซ้ำสามกับเรา"
ผู้บริหารรายนี้ เชื่อว่า ราคาน้ำมันและราคาปิโตรเคมีได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้วในช่วงปลายปี 2551 ซึ่งปตท.ผู้ถือหุ้นใหญ่คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบในปี 2552 จะมีด้วยกัน "สามช่วง" ช่วงแรก ราคาประมาณ 35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วงที่สอง ราคาประมาณ 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และช่วงที่สาม ราคาประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาปิโตรเคมีอาจบวกขึ้น 30% หรือลดลงประมาณ 10% ซึ่งคิดจากฐานราคาปิโตรเคมีระดับ 850 ดอลลาร์ต่อตัน ฉะนั้นถ้าดูจากประมาณการของปตท.จะเห็นว่าทั้งราคาน้ำมันและราคาปิโตรเคมี ไม่มีทางลดลงต่ำกว่าปี 2551 แน่นอน นอกเสียจากว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเท่านั้น
เขา ไขความลับให้ฟังต่อว่า เหตุผลอีกข้อที่เชื่อว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะตอนนี้มีแผนธุรกิจระยะยาวอยู่ในใจแล้วแต่อยู่ระหว่างการจัดทำ ตอนนี้เปิดเผยได้เพียงว่า ไออาร์พีซีจะใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่จำนวนมาก มาสร้างก่อให้เกิดประโยชน์ทางการค้าให้มากที่สุด ยกตัวอย่าง เราจะใช้ประโยชน์จากท่าเรือให้เต็มที่ โดยจะเปิดให้บริการท่าเรือน้ำลึก และต่อยอดธุรกิจเดิม เป็นต้น
ดร.ไพรินทร์ เล่าแผนธุรกิจไออาร์พีซีต่อว่า โครงการที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ ในปีนี้ เช่น โครงการขยายกำลังการผลิตเอชดีพีอี ไปป์เกรด เกรดสำหรับผลิตท่อ มูลค่าลงทุน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังการผลิต 40,000 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ นี้ โครงการนี้จะให้ผลตอบแทนประมาณ 12%
ยังมีโครงการขยายกำลังการผลิตเอบีเอส-ซีซีเอ็ม กำลังการผลิต 21,000 ตันต่อปี มูลค่าลงทุน 17.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนกุมภาพันธ์ นี้เช่นกัน โครงการนี้จะให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% ที่กล่าวมาเป็น 2 ใน 5 โครงการลงทุนระยะที่ 1
ส่วนโครงการที่เหลือ โครงการพลังงานความร้อนร่วมไฟฟ้าและไอน้ำ เพื่อใช้ภายในเขตประกอบการของบริษัท มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังการผลิตไฟฟ้า 220 เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำ 420 ตันต่อชั่วโมง อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2553
สำหรับโครงการขยายกำลังการผลิตโพรพิลีน กำลังการผลิต 100,000 ตันต่อปี มูลค่า 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในไตรมาส 4/2552 และโครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกเอบีเอส และเอสเอเอ็น กำลังการผลิต 80,000 ตันต่อปี มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดว่าโครงการนี้จะให้ผลตอบแทนประมาณ 19%
“โครงการลงทุนระยะที่ 1 เป็นโครงเก่าสมัยที่ ดร.ปิติ ยิ้มประเสริฐ ริเริ่มจำเป็นต้องเร่งสานต่อ โดยเราได้ลงนามในสัญญาเงินกู้จำนวน 10,000 ล้านบาท กับสถาบันการเงิน 5 แห่ง (BBL KTB KBANK SCB และ EXIM Bank) เรียบร้อยแล้ว”
กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ บอกว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้อาจทำให้บริษัทต้องเลื่อนการลงทุนโครงการลงทุนระยะที่ 2 มูลค่า 1,000-1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 34,500-51,750 ล้านบาท ออกไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า เช่น จะทบทวนโครงการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันตามมาตรฐาน Euro 4 มีโอกาสจะยกเลิกโครงการ
ส่วนโครงการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมัน และเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันจาก 215,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 258,000 บาร์เรลต่อวัน รวมถึงโครงการลดต้นทุนวัตถุดิบ อยู่ระหว่างพิจารณาถ้าผลการศึกษาออกมาคุ้มค่าก็จะลงทุนทันที
ส่วนทิศทางราคาหุ้น IRPC ที่ผู้ถือหุ้นต่างพากันขาดทุนย่อยยับนั้น มีโอกาสปรับขึ้นได้หรือไม่ ผู้บริหารรายนี้ ตอบว่า โดยความเห็นส่วนตัวเมื่อมองว่า “จุดต่ำสุด” ของราคาน้ำมันและราคาปิโตรเคมีได้ผ่านพ้นไปแล้ว ราคาหุ้นก็น่าจะสดใสขึ้น
"ผมรู้เพียงว่าแผนธุรกิจที่เรากำลังจะรีวิว(ปรับ)ใหม่ จะช่วยให้กำไรสุทธิในอนาคตไม่ขี้เหร่แน่นอน" เจ้าตัวยังชูสโลแกนว่า ปีนี้..ต้องดีกว่าเก่า แต่จะดีขึ้นขนาดไหน ประเด็นนี้ตอบยากจริงๆ
คำถาม
1.เหตุผลที่ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไออาร์พีซี มีความเชื่อว่าธุรกิจโรงกลั่นของไออาร์พีซีจะดีขึ้นเพราะเหตุใด
2.ท่านคิดว่าการที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บมจ.ไออาร์พีซีนั้นมีความคิดในแง่บวกและพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นนั้นส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างไร

3 ความคิดเห็น:

251utccba205g8 กล่าวว่า...

1.เพราะ ธุรกิจโรงกลั่นของไออาร์พีซีมีแผนธุรกิจระยะยาวโดย จะใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่จำนวนมาก มาสร้างก่อให้เกิดประโยชน์ทางการค้าให้มากที่สุด ยกตัวอย่างคือ จะใช้ประโยชน์จากท่าเรือให้เต็มที่ โดยจะเปิดให้บริการท่าเรือน้ำลึก และต่อยอดธุรกิจเดิม ,โครงการขยายกำลังการผลิตเอชดีพีอี ไปป์เกรด ,โครงการขยายกำลังการผลิตโพรพิลีน ซึ่งโครงการแผนธุรกิจเหล่านี้นี้ทางบริษัทได้ทำการวิเคราะห์ว่าจะให้ผลตอบแทนในปริมาณคุ้มค่า ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าหลังจากที่วิกฤตจุดต่ำสุดของราคาน้ำมันและราคาปิโตรเคมีผ่านไปแล้ว แผนธุรกิจเหล่านี้ย่อมส่งผลดีและทำให้กิจการมีความมั่งคั่งเจริญเติบโตมากขึ้น
2.ข้าพเจ้าคิดว่าการที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทมีความมั่นใจและพร้อมที่จะรับสถานการรณืต่างๆถือว่าเป็นคุณสมบัติของผู้บริหารที่ดี การยอมรับและพร้อมที่จะสู้กับปัญหาต่างๆย่อมทำให้บริษัทอยู่รอด และผู้ร่วมลงทุนเกิดความมั่นใจในบริษัท
นอกจากมีความตั้งใจ แล้ว ทางกรรมการผู้จัดการได้มีการเตรียมแผนธุรกิจระยะยาวและโครงการต่างๆที่ร่วมกันลงมติ เพื่อรองรับ หลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤตราคาน้ำมันที่ทำให้บริษัทขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมจะส่งผลดีต่อบริษัท ในการแก้ไขปัญหาด้านการเงิน และพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นและประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน

นาย ธงชัย หลักพิพัฒน์ 4901202049
B 4/1

251utccba205g8 กล่าวว่า...

1.ป็นอุตสากกรรมปิโตรเคมีที่ครบวงจร ซึ่งต้องอาศัยการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจากเหตุกาณ์วิกฏติทางเศรษกิจที่สหรัฐเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นำไปสู่ปัญหาทางเศษรฐกิจ และก่อให้เกิดความเสียหายไปยังภูมิภาคอื่นๆของโลกด้วย ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอย่างมาก ซึ่งลงมาสัมผัสจุดต่ำสุด ไม่ถึง 100ดอลล่าต่อบาเรล ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดร. ไพรินทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ เชื่อว่า ราคาน้ำมันและปิโตรเคมีได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว

2. การที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ มีความคิดในแง่บวกพร้อมจะรับมือกับสถาณการต่างๆ ส่งผลดีต่อธุรกิจ เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น ว่าบ.จะผ่านวิกฏติราคาน้ำมัน และจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ รวมถึงดำเนินกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาคและความสามารถในการแข่งขัน

นายนัทกร จัทร์เพ็ชร

เลขทะเบียน 4901202097

251utccba205g8 กล่าวว่า...

1.1 เพราะเชื่อว่าราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ราคาตำที่สุดแล้ว และไม่น่าจะมีการขยับราคาตำไปมากกว่านี้อีกแล้ว
1.2 เพราะท่านมีแผนธุรกิจระยะยาวอยู่ในใจแล้ว คือ ไออาร์พีซีจะใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่จำนวนมาก มาสร้างก่อให้เกิดประโยชน์ทางการค้าให้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น จะมีใช้ประโยชน์จากท่าเรือให้เต็มที่ โดยจะเปิดให้บริการท่าเรือน้ำลึก และต่อยอดธุรกิจเดิม

2.การที่ผู้บริหารมีความคิดในแง่บวกและพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์นั้นจะส่งผลให้ธุรกิจสามารถทำการแข่งขันได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างในช่วงปัจจุบันนี้

ชื่อ น.ส. ฉัตรดาว อิศรางกูร ณ อยุธยา 4901202076